สัมภาษณ์บอสวีแกนหญิงเก่งคนแรกของประเทศไทย

Share on facebook
Share on pinterest
Share on twitter
Share on linkedin
Share on whatsapp
แชร์:

หลังจากก่อตั้งธุรกิจวีแกนแรกของเธอเมื่อ 10 กว่าปีก่อน จ๊ะจ๋าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการวีแกนรายแรก ๆ ของประเทศไทย และเธอไม่ได้มีความตั้งใจที่จะถอนตัวในอนาคตอันใกล้นี้

ปัจจุบันจ๊ะจ๋ามีร้านวีแกนเนอรีทั้งหมด 6 สาขาใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งร้านวีแกนออนไลน์ และแบรนด์คอลลาเจนวีแกนของเธอเอง

เราได้พูดคุยกับจ๊ะจ๋าในการสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของเธอ ชีวิตประจำวันของเธอ และสิ่งที่วีแกนเนอรีจะทำต่อไป

Q. การเริ่มต้นของร้าน Veganerie เป็นมาอย่างไร ?

A. “จุดเริ่มต้นเล็กๆคือ การที่จ๋าได้เริ่มทำ เค้กวีแกน อันแรกให้คุณแม่ผู้ซึ่งงดการรับประทานเนื้อสัตว์และเป็นวีแกนมาแล้ว 10 ปี (ก่อนหน้านั้น จ๋ารับประทานมังสวิรัติมาก่อนค่ะ และผันตัวเองมารับประทานแบบวีแกนมาประมาณสองสามปีหลังจากนั้น) หลังจากนั้นเลยเริ่มทำเค้กวีแกนขาย ภายใต้แบรนด์ Veganerie เริ่มจากขายตามงานอีเว้นท์ และตลาดขายสินค้าโฮมเมดก่อนค่ะ

ในตอนที่เราเริ่มต้นช่วงแรกๆ ตอนนั้นคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ยินคำว่า “วีแกน / แพลนต์เบสท์” กันเท่าไร ซึ่งเอาจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเราค่ะ แต่มันกลายเป็นแรงกระตุ้นขับเคลื่อนให้เราอยากสื่อสารเพื่อให้ความรู้กับผู้คน และสื่อสารกับลูกค้าผ่านงานของเราค่ะ

ภารกิจของเราคือ การเป็นผู้นำด้านวีแกนในประเทศไทย และปรับเปลี่ยนมุมมองของอาหารวีแกน อาหารไร้เนื้อสัตว์ ไร้นมวัวและไข่ ให้เป็นบวกมากขึ้นในสายตาคนไทย โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่ เราอยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขา Go Vegan! หรือหันมาใช้ชีวิตแบบวีแกนในวันใดวันหนึ่งค่ะ

Napaphasorn Jajah Totienchai

Image Source: Taste of Thailand

ในปีเดียว พวกเรามีลูกค้าเพิ่มขึ้นมากมายทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ที่เดินทางมาเยี่ยมพวกเราจากทั่วทุกมุมโลก และในปีพ.ศ. 2558 พวกเราตัดสินใจเปิด “คาเฟ่วีแกน” สาขาแรกของเราที่ห้างเมอร์คิวรี่ วิลล์. และหนึ่งปีหลังจากนั้น พวกเราขยายใหญ่ขึ้น เปิดเป็นร้านอาหารแบบเต็มรูปแบบ ในชื่อ “Veganerie Concept” ซึ่งมีเมนูหลากหลายมากขึ้น รวมไปถึงเมนูอาหารมื้อหลัก และตอนนี้พวกเรายังมี ร้านขายของชำที่มีแต่ของวีแกน ค่ะ 🙂

เป้าหมายของพวกเรา คือการเป็น “สวรรค์ของชาววีแกน” สถานที่ซึ่งคุณสามารถหาทุกอย่างที่เป็นวีแกนได้ (อาหาร, เบเกอรี่, ขนมหวาน, กาแฟ, สมูทธี่, และของชำเบ็ดเตล็ด) บวกกับบรรยากาศร้านแบบโมเดิร์น และอยู่สบาย ทำให้หลายๆคนสามารถนั่งอยู่ที่ร้านและเอนจอยวีแกนได้ทั้งวัน

พวกเรายังคงจำได้ถึงลูกค้าต่างชาติที่ตั้งใจมาเมืองไทยเพื่อแวะเวียนมาลิ้มลองอาหารของเราในวันแรกของพวกเขา มาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ไม่ก็กระเป๋าเป้สะพายหลัง พวกเรายังคงจำมันได้ดีและรู้สึกขอบคุณเสมอมา สำหรับความรักและการสนับสนุนจากลูกค้าทุกท่านตั้งแต่วันแรกที่เราได้เปิดร้านค่ะ”

Q: ใครคือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเส้นทางสายนี้สำหรับคุณจ๋าคะ?

A.จริงๆแล้ว ในหลายปีที่ผ่านมาจ๋าได้แรงผลักดันจากหลายๆคนเลยค่ะ สำหรับคนแรกที่เป็นแบบอย่างด้านธุรกิจ คงจะเป็นคุณเมย์ After You ค่ะ เธอเป็นตำนานของนักธุรกิจหญิงสายอาหาร เธอทำให้จ๋าอยากเปิดร้านขนมหวานที่เป็นรูปแบบคาเฟ่ (ในแบบวีแกน) ส่วนแรงบันดาลใจสำคัญอีกท่าน คือคุณแม่ของจ๋าเองค่ะ คุณแม่แสดงให้จ๋าเห็นว่า การเป็นผู้หญิงที่ “ใจดีแต่เข้มเเข็ง” นั้นดีอย่างไร ซึ่งคุณแม่เป็นเเรงบันดาลใจให้จ๋าเป็นจ๋าในแบบที่ดีที่สุดค่ะ”

Napaphasorn Jajah Totienchai

Q. คุณจ๋ามีคำแนะนำอะไรไหม สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มธุรกิจวีแกนในประเทศไทย ?

A.

“คุณมาถูกทางแล้ว! เพียงแค่เริ่มลงมือทำค่ะ” ยังมีโอกาสในตลาดนี้อีกมากมาย โดยเฉพาะประเทศไทยที่ซึ่งตลาดของชาววีแกนเพิ่มจะเริ่มเติบโตค่ะ คำแนะนำเดียวที่จ๋าอยากจะบอกคือ ให้ผู้ประกอบการทุกท่านลอง Go vegan ดูค่ะ เช่น รับประทานอาหารแพลนต์เบสท์มากขึ้น, ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้หนังเทียมจากพืช, ใช้สินค้าที่ไม่ทดลองกับสัตว์ และอื่นๆอีกมากมายค่ะ (ไม่จำเป็นต้องวีแกน 100% นะคะ แต่ลองทำให้ดีที่สุดค่ะ 🙂 การทำแบบนี้ จะยิ่งทำให้คุณได้ข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้า และเข้าใจแรงผลักดันของนักธุรกิจในตลาดนี้ดีมากขึ้นค่ะ

Napaphasorn Jajah Totienchai

ประเทศไทย มีความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติในราคาที่เอื้อมถึง หากพูดถึงวัตถุดิบวีแกนหลายๆอย่าง ส่วนใหญ่หาได้ง่ายในประเทศไทย แต่กลับหาได้ยากมากในต่างประเทศค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนุน, ข้าวกล้อง, ผำ(ไข่แหน), หัวปลี, มะรุม ฯลฯ จ๋าว่ามันมีโอกาสอีกมากในการเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรเหล่านี้ (ด้วยการใช้เทคโนโลยี การทดลองวิจัย ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ) จริงๆแล้วสินค้าแบรนด์ดังมากมายต่างมาผลิตและหาวัตถุดิบในประเทศไทย!

มันดีมากที่จ๋าได้เห็นธุรกิจวีแกนในประเทศไทยมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมีธุรกิจวีแกนในประเทศไทยมากเท่าไร ลูกค้า, สรรพสัตว์, สิ่งแวดล้อม และโลกโดยรวม จะได้รับผลประโยชน์มหาศาล ดังนั้น ได้โปรดเถอะค่ะ หากคุณมีไอเดียแล้ว เริ่มได้เลย มาเพิ่มธุรกิจวีแกนกันค่ะ !”

Q. คุณจ๋าได้เห็นความนิยมในอาหารวีแกน ที่กำลังเติบโตแรงและเร็วขึ้นในแต่ละปีไหมคะ?

A.

ใช่ค่ะ จ๋าเห็นว่าอาหารวีแกน แพลนต์เบสท์ เริ่มจะเป็นที่นิบมมากขึ้นในสังคมไทยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (พ.ศ.2563)ค่ะ ปัจจุบันนี้ จ๋าเห็นว่ามีสินค้าวีแกนมากมาย ที่คุณภาพดี แพคเกจสวย ในราคาที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึง มีวางขายในหลายช่องทางเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์จากพืช, ชีสทำจากพืช, น้ำนมทำจากพืช, ไอศครีมวีแกน, โยเกิรต์ทำจากมะพร้าว ฯลฯ ซึ่งหลายๆแบรนด์เป็นของท้องถิ่นของคนไทยค่ะ! และนี่คือเกณฑ์มาตรฐานที่ดีมาก ในการสะท้อนว่าผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยกำลังมีความเข้าใจเชิงบวกต่ออาหารแพลนต์เบสท์

จ๋าจำได้เลย สมัยจ๋าหันมาเป็นวีแกน สินค้าส่วนใหญ่ในตลาดคือนำเข้าเยอะมาก ประมาณ 80% ซึ่งจ๋าจำเป็นที่จะต้องสั่ง ผงโปรตีนวีแกน และหลอดสแตนเลส จาก amazon.com!! แต่ตอนนี้จ๋ามีความสุขมาก เพราะว่าจ๋าสามารถหาซื้อสินค้าวีแกนมากมาย และที่สำคัญผลิตโดยคนไทยด้วยค่ะ”

Q. กิจกรรมในหนึ่งวันของคุณจ๋าเป็นอย่างไร ในฐานะผู้ประกอบการ

A. ปกติจ๋าจะตื่นนอนประมาณ 8 โมงเช้าค่ะ เริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าไซส์ใหญ่ กับกาแฟ ซึ่งเป็นมื้อกับครอบครัวค่ะ แล้วจ๋าจะเริ่มทำงานประมาณ 10โมงเช้าจนเย็นเลยค่ะ

Napaphasorn Jajah Totienchai

พอจ๋ากลับถึงบ้าน จ๋ามักจะเดินไปนอนกอดเจ้าจ๊อก (ไก่บุญธรรม) บนโซฟาค่ะ ^^ เจ้าจ๊อกเป็นไก่ฉลาดและชินกับการอยู่กับผู้คนค่ะ ตอนกลางคืน จ๋าจะทำ Live ใน Facebook Page ของจ๋าค่ะ ตั้งใจจะทำประมาณ 2-3 ครั้งต่อเดือน และวันอาทิตย์จ๋าเรียนปริญญาโทช่วง 8am – 8pm ค่ะ

ส่วนเวลาพักผ่อนของจ๋า ส่วนใหญ่หมดไปการการดูแลตัวเอง และเวลาส่วนตัวค่ะ เช่น การดูแลผิว การแต่งหน้า การแต่งตัว และการไปช้อปปิ้งคนเดียวค่ะ จบวัน จ๋านอนหลับตอนประมาณ ตีหนึ่งค่ะ”

Napaphasorn Jajah Totienchai

Q. อยากให้คุณจ๋าขยายความกับประโยคที่ว่า “จ๊ะจ๋ากินอะไรในหนึ่งวัน?” อะไรที่ทำให้คุณจ๋ามีพลังคะ?

  • มื้อเช้ามื้อใหญ่: กาแฟ(นมอัลมอนด์) + ขนมปังปิ้งทาเนยถั่ว / ชีสวีแกนทำจากพืช / อโวคาโด + เต้าหู้ย่าง + ผักย่าง + น้ำผลไม้สด
  • มื้อเที่ยง: สมูทธี่โบวล์(น้ำผักผลไม้ปั่นใส่ชาม โรยทอปปิ้ง) / พุดดิ้งเมล็ดเจีย กับซุปเปอร์ฟู้ส์ และผลไม้หลากหลายชนิด
  • ของว่าง: เบเกอรี่แบบวีแกน / กล้วยตาก
  • มื้อเย็น: ส้มตำ + ปีกไก่ทอดด้วยหมอทอด(ใช้กะหล่ำดอกแทนไก่) / เทมเป้ เทอริยากิ
  • ของว่าง: โกโก้ร้อน(ใช้นมอัลมอนด์)
Napaphasorn Jajah Totienchai

Q. ในฐานะผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจวีแกน คุณจ๋าแอบบอกเราหน่อยได้ไหมคะว่า ธุรกิจวีแกนอันต่อไปของคุณจ๋าจะเป็นแบบไหน?

“ยังมีสิ่งน่าสนใจและตื่นเต้นมากๆที่กำลังจะมาค่ะ คอยติดตามจ๋านะคะ…!”

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on email
Email
Share on whatsapp
WhatsApp
ติดตามเราได้ที่:

ในบทความนี้

คอยติดตามข่าวสารจากเรา

Swish

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

บทความที่เกี่ยวข้อง

การประชุม COP26 ได้ทำให้เราผิดหวัง แต่นี่คือสิ่งที่พวกเราสามารถทำได้

วันที่ 12 พฤศจิกายน นับว่าเป็นวันสุดท้ายของเหตุการณ์สำคัญที่หลายๆคนเชื่อว่า เป็นโอกาสสุดท้ายของโลกของเราที่จะจัดการกับ ว…

เปิดเผยท็อป 3 ตำนานความเชื่อเรื่องถั่วเหลือง

สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ในวงการ มันคืออาหารไขมันต่ำ จากธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอาหารสารพัดประโยชน์ พบได้ในเมนูอ…

COP26 คืออะไรและเหตุใดจึงสำคัญอย่างมาก?

COP26 คืออะไร? ในเดือนพฤศจิกายน สหราชอาณาจักรจะจัดงานที่หลายคนเชื่อว่าเป็นโอกาสสุดท้ายของโลกที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลง…
ตามเรามา
ให้ทันสมัยอยู่เสมอ

เข้าร่วมชุมชนของเราสมัครรับจดหมายข่าวของเรา

Copyright 2021 all rights reserved Root The Future Ltd.